แตงกวาลอยฟ้า เพิ่มค่าผักพื้นบ้าน แบบสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยว

แตงกวา พืชไร่ ที่มีการปลูกกันมาก เพราะปลูกง่าย ขายคล่อง เหมาะกับอากาศทุกภาคของประเทศไทย แต่วันนี้ ที่นำเสนอ คงไม่ใช่การปลูกแตงกวาธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะ เรากำลังพูดถึง การปลูกแตงกวาลอยฟ้า …

แตงกวาลอยฟ้า ที่กล่าวถึงในครั้งนี้ เป็นของ “นายโฉม อังสุวรรณ” หรือ รู้จักในชื่อว่า “คุณเจม” เจ้าของสวนเกษตรศิลป์ ต.อาษา อ.บ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งที่มาของการมาปลูกแตงกวาลอยฟ้า ของ “คุณเจม” ในครั้งนี้ เกิดมาจาก ด้วยพื้นที่ ที่เขามีอย่างจำกัด เพียง1 ไร่ 1 งาน และเลือกทำเกษตร แบบผสมผสาน คือ สวนป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชได้ทุกอย่าง ต้องปรับจากการปลูกบนดิน ขึ้นมาเป็นแบบลอยฟ้า จึงได้เป็นที่มาของ แตงกวาลอยฟ้า
นายโฉม เล่าว่า ปลูกแตงกวาลอยฟ้ามาได้ประมาณ 1 ปี โดยเลือกใช้แตงกวาสายพันธุ์ลูกผสมไฮบริด ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ นิยมปลูกกันทั่วไป โดยแบ่งพื้นที่การปลูกออกเป็น 2 แปลง ๆแรก 50 ตารางเมตร และแปลงที่ 2 คือ 80 ตารางเมตร ซึ่งการปลูกแตงกวาลอยฟ้า จะปลูกห่างกันกระถางละประมาณ 1 ตารางเมตร โดย ทั้ง 2 แปลงปลูกได้ประมาณ 150 กระถาง โดย 1 กระถาง เท่ากับ 1 ต้น
“ผลผลิตที่ได้จากการปลูกแตงกวาลอยฟ้า จะได้ผลผลิตดีกว่าการปลูกบนดินทั่วไป เพราะ สามารถควบคุมการให้อาหารได้เต็มที่ ซึ่งใน1กระถาง หรือ 1 ต้นจะให้ผลผลิต 3 ถึง 4 กิโลกรัม ในขณะที่ปลูกบนดินให้ผลผลิตเต็มที่ไม่เกิน 2.5 ถึง 3 กิโลกรัม เท่านั้น ส่วนราคาจำหน่าย จะขึ้นลงตามจำนวนผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากน้อยตามกลไกตลาด แต่เราโชคดีที่สามารถกำหนดราคาขายได้เอง จากการจำหน่ายหน้าสวน ซึ่งใน 1 ปีสามารถปลูกแตงกวา ได้ 5 ครั้ง เช่นเดียวกับการปลูกบนดิน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการปลูกแตงกวาลอยฟ้า ไม่แตกต่างจากกับการปลูกบนดิน โดยการปลูกทั้ง 2 แปลง เราใช้เงินทุนแปลงละประมาณ 2,000 บาท 2 แปลงเท่ากับ 4,000 บาท ส่วนรายได้ขึ้นอยู่กับผลผลิต ที่สวนของเรามีผลผลิตออกแบบหมุนเวียน อยู่ที่วันละ 10 ถึง 15 กิโลกรัม” คุณเจมกล่าว

สำหรับแตงกวาลอยฟ้าที่สวนเกษตรศิลป์ ของ “คุณเจม” ขายราคากิโลกรัมละ 30 บาท ราคาเดียวตลอด เนื่องจากแตงกวาลอยฟ้าของคุณเจม ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลง ปลอดภัยต่อการบริโภค จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้า ซึ่งลูกค้าจะวอล์กอิน เข้ามาซื้อที่สวนเอง และ “คุณเจม” เปิดเป็นสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยว พร้อมกับเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่ผู้สนใจ เข้ามาเรียนรู้เรื่องการทำการเกษตรแนวใหม่ด้วย

“คุณเจม” บอกว่า การปลูกแตงกวาลอยฟ้า นั้นมีข้อดีกว่า การปลูกบนดิน ตรงที่ ไม่ต้องระวังเรื่องของโรคที่มากับดิน หรือ หอยทากที่จะมากินแตง และที่สำคัญ ป้องกันหมาแมวที่จะมาขุดทำลาย เพราะบ้านเราไม่มีรั้ว เคยปลูกบนดิน และมีหมา แมว มาขุด เปลี่ยนมาปลูกลอยฟ้า และการปลูกลอยฟ้า ยังให้ร่มเงา กับพืชที่ไม่ต้องการแสงมากที่ปลูกอยู่ด้านล่างได้ และที่สำคัญ คือ ให้ความสวยงาม
ส่วนขั้นตอนการปลูก แตงกวา ลอยฟ้าของสวนเกษตรศิลป์ ในส่วนของดินจะมีการปรุงดิน ก่อน โดยใช้ขุยมะพร้าว 1 ส่วน ผสมกาบมะพร้าวสับ 1 ส่วน และใส่ปุ๋ยหมัก ได้สูตรมาจากแม่โจ้ 1 ส่วน คลุกเคล้ากับเชื้อรา ไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องกันเชื้อรา ก่อนจะนำมาใส่ในกระถางขนาด 12 นิ้ว และย้ายต้นกล้าที่เพาะไว้ในก้อนปลูก 2 สัปดาห์มาใส่ในกระถาง ก่อนนำไปแขวน บนราวเหล็ก ห่างกันกระถางละ 1 ตารางเมตร ส่วนการให้น้ำ มี 2 แบบ คือ การตักน้ำรด หรือ การให้แบบน้ำหยด ส่วนการให้ปุ๋ยจะใช้ปุ๋ยผสมกับน้ำ เหมือนกับการให้ปุ๋ยปลูกเมล่อน ผสมกับน้ำหยด โดยช่วงแรกเริ่มปลูกจะให้ปุ๋ยซึ่งเป็นน้ำปลาหมัก 25 วัน พอเริ่มติดผลให้ปุ๋ยหมักผลไม้ผสมกับน้ำปลาหมัก อย่างละครึ่ง ในอัตราส่วนน้ำหมัก 0.5 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร ผ่านน้ำหยด ในขวดพลาสติก
นอกจากนี้ ทางสวนเกษตรศิลป์ ยังทำแตงกวารูปหัวใจ เพราะเห็นผลไม้อื่น ยังทำรูปหัวใจ ก็เลยไปจ้างให้ร้านทำพลาสติก ทำบล็อกรูปหัวใจ และมาใส่ผลแตงกวา ก็ได้ออกมาเป็นแตงกวารูปหัวใจ โดยจะใส่บล็อกไว้ประมาณ 14 วัน ก็จะได้แตงกวา รูปหัวใจอย่างที่ต้องการ จำหน่ายในราคาผลละ 10 บาท
“คุณเจม” ยังได้เปรียบเทียบการปลูกแตงกวา กับการปลูกเมล่อน ว่า การปลูกเมล่อนลงทุนหลักหลายหมื่นบาท ขณะที่ปลูกแตงกวาลอยฟ้าลงทุนหลักพัน ราคาเมล่อน 1 ต้น ได้ 1 ผล ราคาผลละ เกือบ 100 บาท ในขณะที่แตงกวา 1 ต้นได้ 3-4 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่ง 1 ต้น จะมีรายได้ประมาณ 100-120 บาท แตงกวาขายง่ายกว่า และเป็นผักที่มีการกินและซื้อขายกันทั่วไป

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์