“พลอย”เปล่าดิสเครดิต”ปีเตอร์” อุบตอบเรื่องค่าเลี้ยงดู

ยังคงดราม่าครอบครัวไม่จบสิ้น สำหรับสาว พลอย-พลอยพรรณ กับอดีตสามี ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ที่ก่อนหน้านี้ปีเตอร์ถึงกับน้ำตาซึมที่โดนมองว่าผิดสัญญาในการดูแลลูกชายทั้ง 2 คน ยังคงดราม่าครอบครัวไม่จบสิ้น สำหรับสาว พลอย-พลอยพรรณ ทวีรัตน์ กับอดีตสามี ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ที่ก่อนหน้านี้ปีเตอร์ถึงกับน้ำตาซึมที่โดนมองว่าผิดสัญญาในการดูแลลูกชายทั้ง 2 คน

พร้อมเผยว่ารู้สึกท้อที่เหมือนสาวพลอยดิสเครดิตเขา ล่าสุดได้เจอพลอยในงานจูเนียร์ รันเวย์ ออทั่ม วินเทอร์ 2017 ที่เอ็มควอเทียร์ เจ้าตัวเลยแจงเรื่องนี้ทันที พลอย เผยว่า “เรื่องเงินค่าเลี้ยงดูที่พี่เตอร์ต้องส่งให้พลอย ขอไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ยืนยันคำเดิม พลอยพูดในส่วนของพลอย ไม่ได้พูดถึงในส่วนของเขาและก็ไม่ได้พูดส่วนสัญญาด้วย อย่าเรียกว่าดิสเครดิตเลย พลอยไม่ทราบว่าพี่เขาให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร พลอยไม่ใช่คนในวงการ เวลาเราโดนสัมภาษณ์เราก็ตอบตามที่ถาม ไม่ได้ดิสเครดิต ถ้าเขามีงานมีชีวิตที่ดี มันก็เป็นเรื่องดีที่ลูกจะมองเห็นพ่อเป็นตัวอย่าง เราไม่กีดกันอยู่แล้ว อย่างที่เขาบอกว่าทำงานเพื่อลูก พลอยก็เห็นตามภาพที่ออกมา เพราะไม่เคยติดต่อกับเขา เราก็มองว่าเขาคงขยันจริง ๆ คือเราใช้ชีวิตในส่วนเราดีกว่า พลอยไม่ค่อยสนใจชื่อเสียง ใครถามมาเราตอบแบบนั้น ตามสามัญสำนึกของคนเป็นแม่ปกติที่คนเขาทำกัน ถ้าเขามองว่าเราดิสเครดิตก็ขอโทษด้วย ส่วนที่เขาบอกว่าพลอยไม่ส่งตารางบินให้เขา ทำให้ไม่รู้เวลาที่จะมาช่วยดูลูก คือพลอยว่าการส่งตารางบินมันไม่จำเป็น มันเป็นตารางชีวิตพลอย บางไฟลต์บินเราถูกเรียกสแตนด์บาย ไม่รู้อนาคตตัวเอง พลอยไม่อยากอัพเดทชีวิตตัวเองให้เขาฟัง ถ้าเขาสะดวกแบบไหนก็ทำแบบที่เขาสบายใจ เพราะตารางชีวิตลูกคืออยู่บ้าน เขามีเบอร์โทรฯ กัน เขาจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งช่วงนี้เขาดีมาก เริ่มกลับมาหาและคิดถึงลูกจริงจัง พลอยไปส่งลูกให้เขาและไปรับกลับ รู้สึกว่ามันดีกับเด็กที่ได้เจอหน้าพ่อประจำ อย่างแพนเตอร์เริ่มซึมซับสิ่งที่ทำเวลาอยู่กับพ่อ เขาก็มาเล่าให้เราฟัง พ่อเป็นฮีโร่ของแพนเตอร์ คือพ่อไม่ได้ตายจากไปก็ยังมาเจอได้ ตอนนี้ปรับตัวได้ก็โอเคอยู่ แต่ปัญหาที่ค้างคาใจเราไม่ได้หายไปไหน แต่มันป่วยการที่จะเอามาพูดถึง มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป มันเป็นปัญหาของพลอยและเขา ไม่ใช่ปัญหาของลูก ตอนนี้พลอยไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขาแล้ว เรื่องนี้เลยพักเอาไว้ ตอนนี้ลูกเราอยู่ระหว่างพ่อกับแม่ เราก็พยายามเชื่อมให้มันเหมาะสมกับลูกมากที่สุด เราเลยคุยกันแบบส่งสติกเกอร์ พูดมากไม่ค่อยดี ปากไม่ค่อยดีทั้งคู่ เขาบอกคุยเท่าที่จำเป็นดีกว่า”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews